5 แกงไทยรสโอชา มีสรรพคุณต้านมะเร็ง

5 แกงไทยรสโอชา มีสรรพคุณต้านมะเร็ง

5 แกงไทยรสโอชา มีสรรพคุณต้านมะเร็ง

            อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า สรรพคุณต้านมะเร็งของน้ำแกง 5 ชนิดที่ทดลอง ด้วยการนำเลี้ยงในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับการใช้ยารักษาโรคมะเร็ง แล้วดูผลการตายของเซลล์มะเร็ง ก็พบว่า ยารักษามะเร็งสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ถึง 70% ขณะที่แกงไทยเอง ก็มีสรรพคุณช่วยต้านทานการเกิดโรคมะเร็งได้ด้วย ซึ่งแกงไทยไทยแต่ละชนิด ก็มีสรรพคุณช่วยต้านโรคมะเร็งต่างกัน จากมากไปน้อย

แกงไทยที่มีสรรพคุณต้านมะเร็ง มีดังต่อไปนี้

1.แกงเลียง –  จากผลการศึกษาก็พบว่า น้ำแกงเลียงที่ได้มาจากผักหลากหลายชนิดและเครื่องแกงมากสมุนไพร สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งแบบธรรมชาติได้ประมาณ 45%

2.แกงส้ม – สำหรับแกงส้มที่อุดมไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบเครื่องแกงก็พบว่า น้ำแกงส้มสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งแบบธรรมชาติได้ประมาณ 45% เท่ากับแกงเลียง

3.แกงป่า – น้ำแกงป่าที่มีรสชาติเผ็ดร้อนด้วยสมุนไพรอย่างกระชาย หอมแดง พริก และใบกะเพรา มีสรรพคุณช่วยฆ่ามะเร็งแบบธรรมชาติได้ประมาณ 45% ซึ่งก็เทียบเท่ากับแกงเลียงและแกงส้ม

4.ต้มยำ  – ถึงแม้ไม่ใช่อาหารประเภทแกง แต่ต้มยำก็มีสรรพคุณต้านมะเร็งได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีส่วนประกอบของสมุนไพรอย่างข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริก รวมอยู่ด้วย ซึ่งจากผลการศึกษาก็พบว่า น้ำต้มยำสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งแบบธรรมชาติได้ประมาณ 30%

5.แกงเหลือง – แกงเหลือวมีสรรพคุณช่วยต้านมะเร็ง เพราะมีส่วนประกอบของขมิ้นและสมุนไพรชนิดอื่น ๆ รวมอยู่มาก โดยมีอัตราฆ่าเซลล์มะเร็งอยู่ที่ 25%

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นวิธีตายของเซลล์มะเร็งให้เปรียบเทียบอยู่ 2 วิธีด้วยกัน คือ การตายแบบธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงเซลล์มะเร็งถูกกระตุ้นจนเกิดการอักเสบ บวม และแตกสลายตายไปไนที่สุด โดยการแตกและตายของเซลล์มะเร็งนั้น จะส่งผลให้เซลล์มะเร็งรอบ ๆ ได้รับผลกระทบจนตายตกตามกันไปด้วย ส่วนวิธีที่สองคือ การตายแบบผิดธรรมชาติ ที่พบได้น้อยที่สุดในแกงเลียง รองลงมาคือต้มยำ แกงส้ม แกงป่า และแกงเหลือง

ผลสรุปคือ แกงเลียงเป็นอาหารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้วยประสิทธิภาพของสรรพคุณต้านมะเร็งในแกงเลียง ๆ จึงได้มีการทดลองต่อยอดกับหนูทดลอง โดยทีมนักนักวิจัยทำนำเองแกงเลียงเข้าสู่กระบวนการอบให้แห้ง จากนั้นนำแกงเลียงที่ผ่านการอบแล้วไปป้อนให้หนูกิน ซึ่งหนูดทดลองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกของหนูที่เลี้ยงแบบปกติ กลุ่มที่สองเป็นหนู่ที่ให้สารก่อมะเร็ง และกลุ่มที่สามคือหนูที่ได้กินแกงเลียงอบแห้ง

จากการทดลองที่ดำเนินมาถึง 6 สัปดาห์ โดยสัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของการทดลอง ทีมนักวิจัยจักนพให้หนูทดลองจำนวนทั้งหมดได้รับสารก่อมะเร็ง ซึ่งเมื่อครบ 6 สัปดาห์ จึงได้ผ่าตัดลำไส้หนูออกมาดูก็พบว่า หนู่ที่ไม่ได้ทานแกงเลียงเลย มีอากาศเกิดเซลล์ผิดปกติมากกว่าหนูที่ได้มทานแกงเลียงสูงถึง 50%