วิธีเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก 3 เดือน อย่างมีคุณภาพ

วิธีเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก 3 เดือน อย่างมีคุณภาพ

วิธีเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก 3 เดือน อย่างมีคุณภาพ

            จุดเด่นของพัฒนาการเด็ก 3 เดือน ที่เห็นได้เด่นชั้นเลยคือ มีความไวต่อผิวสัมผัสมากขึ้น ซึ่งการสัมผัสทางผิวหนังนั้น ถือเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในหลากหลายส่วน โดยเฉพาะการที่เด็กได้สัมผัสกับพ่อแม่โดยตรงตั่งแต่แรกเกิด ก็เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเรียนรู้ทางด้านประสาทสัมผัสของเด็กเช่นกัน หากพ่อแม่มีกระตุ้นการสัมผัสเพิ่มเติมไปด้วย เช่น การลูบหัว ก็สามารถช่วยให้สมองส่วนควบคุมประสาทสัมผัสทำงานได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ เด็กในวัยนี้ยังสามารถแยกแยะสัมผัสของบุคคลที่มีความคุ้นเคย ไปจนถึงการรับรู้อารมณ์ของคนที่มาสัมผัสได้ด้วยเช่นกัน

วิธีกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 3 เดือน ด้านประสาทการรับสัมผัส

พ่อแม่ต้องอุ้มลูกบ่อย ๆ เพื่อให้ผิวหนังของแม่สัมผัสกับตัวลูกได้มากที่สุด หากลูกอารมณ์ดีก็ให้หาวัสดุที่มีผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน เช่น นุ่มบ้าง แข็งบ้าง มีความขรุขระบ้าง มาใส่ไว้ในฝ่ามือลูก สัมผัสไปที่แก้มบ้าง ฝ่าเท้าบ้าง เพื่อให้เด็กเรียนรู้ผิวสัมผัสของวัสดุต่าง ๆ หรือหาสิ่งของชนิดต่าง ๆ มาให้ลูกเล่นก็ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ สามารถกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้และแยกแยะผิวสัมผัสที่มีความแตกต่างกันออกไปได้ ซึ่งความรู้สึกได้จากการสัมผัสที่ยังส่งต่อไปยังสมองเด็กและเก็บไว้ในความทรงจำว่าการสัมผัสสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างไร

พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ในด้านอื่น ๆ

1.ด้านภาษาและการสื่อสาร – สำหรับพัฒนาการเด็ก 3 เดือน ในด้านภาษานั้น เมื่อเด็กร้องให้ พ่อแม่ก็ต้องเริ่มใช้ท่าทางและเสียงในโทนที่แตกต่างกัน เพื่อใช้ปลอบประโลม ซึ่งเด็กในวัย 3 เดือนจะมีพัฒนาการจนสามารถพูดได้เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมทางร่างกายและระบบประสาทเป็นหลัก

สำหรับพัฒนาการเด็ก 3 เดือน ในด้านภาษานั้น ตัวเด็กจะเริ่มจากการเปล่างเสียงออกมาจากทางลำคอก่อน โดยเสียงที่เปล่งออกมาจากในลำคอเช่นนี้ อาจทำให้มีน้ำลายไหลออกมาจากปากบ้าง หรือดูแล้วคล้ายกับการพ่นน้ำลายบ้าง พฤติกรรมเช่นนี้ เกิดจากการหัดส่งเสียง หรือออกเสียง จนถึงจุดหนึ่ง ที่เด็กสามารถพูดเป็นสระง่าย  ๆ ได้ เช่น อา หรือ อู

2.ด้านอารมณ์และสังคม – พัฒนาการเด็ก 3 เดือน ในด้านนี้ ให้เริ่มตั้งแต่เช้า ยามลูกน้อยตื่นขึ้นมา จากเดิมที่ปล่อยให้เด็กนอกเล่นตามลำพัง ก็ให้เปลี่ยนมาอุ้ม พูดคุยทักทาย จากนั้น ก็ประคองตัวเด็กไว้ด้วยแขนทั้ง 2 ข้าง พร้อมกับทำท่าไกวเปลและพูดหยอกล้อ ซึ่งจะทำให้ลูกเกิดความรู้สึกสนุก ทั้งยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากท่านอนเดิม ๆ มาสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกบ้าง แต่หากสังเกตว่าลูกเริ่มไม่ชอบเมื่อไหร่ ก็ต้องหยุดทันที ไม่ควรฝืนทำต่อไป เพราะเด็กอาจร้องให้ได้ หรืออาจใช้มือลูบเบา ๆ ไปที่ใบหน้า หน้าอก แขนและท้อง เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน สบายใจสบายอารมณ์จากสัมผัสแห่งความรักของแม่ ซึ่งช่วยให้เด็กได้สัมผัสถึงความรักนั้นได้ ที่สำคัญยังทำให้เกิดมีความรู้สึกว่าพ่อและแม่เปรียบเสมือของเล่นชิ้นแรก เป็นของเล่นมีชีวิตที่รู้สึกชื่นชอบมากที่สุด.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://www.s-momclub.com