มีชีวิตที่ยาวนานขึ้นได้ เมื่อรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

มีชีวิตที่ยาวนานขึ้นได้ เมื่อรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

 มีชีวิตที่ยาวนานขึ้นได้ เมื่อรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

            นักวิจัยชี้ ยาที่ใช้รักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ที่ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งบางรายไม่ต้องทนต่อการเจ็บปวด จากการใช้ยาเคมีบำบัดและอาจสามารถยืดอายุไขของผู้ป่วยได้อีกด้วย จากผลของการทดลองด้วยการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัดแบบ pembrolizumab พบว่าช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอ ใช้ชีวิตต่อไปได้อีกเฉลี่ยอีก 2 ปี ซึ่งนับว่ามีชีวิตที่นานกว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัดถึง 5 เท่า

นอกจากนี้แล้ว ผู้ป่วยที่รักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ก็ยังมีอาการข้างเคียงจากตัวยาน้อยกว่าด้วย ซึ่งในสหราชอาณาจักร ก็พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งที่ศีรษะและมะเร็งที่คอเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่ที่พบก็ต่อเมื่อมะเร็งลุกลามมานานแล้ว จึงทำให้ยากต่อการรักษา

ผู้ป่วยรายหนึ่ง เชื่อว่าถ้าไม่ได้รักษามะเร็งด้วยวิธีนี้ คงตายไปนานแล้ว

เดเร็ก คิทเชอร์ไซด์ ชายวัย 70 ปี จากมณฑลเลสเตอร์เชียร์ในอังกฤษ เชื่อว่าตนเองคงไม่รอดและเสียชีวิตไปนานแล้ว หากไม่ได้รักษาด้วยวิธี pembrolizumab เพราะในปี 2011 แพทย์วินิจฉัยว่าเขาได้ป่วยเป็นมะเร็งที่กล่องเสียง ทำให้เริ่มไอออกมาเป็นเลือด และ 3 ปีหลังจากเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทั่วไป แพทย์ก็ได้พบว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังปอดของเขาแล้ว คงไม่อาจรักษาได้อีกต่อไป

แต่หลังจากเข้ารับการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด เขาก็ได้เผยว่า “เนื้องอกที่เกิดขึ้น มีการหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมมีความรู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่เดินทางไปรักษาด้วยวิธีนี้ มันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปมาก และผมก็ไม่คิดว่าจะมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ หากไม่เลือกการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว”

ตามปกติแล้ว ยารักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด จะถูกใช้หลังจากรักษาด้วยเคมีบำบัดไม่ได้ผล แต่ผลของการทดลองในครั้งนี้ ที่มีจำนวนผู้ป่วยจำนวน 882 คนจาก 37 ประเทศเข้าร่วม ก็แสดงให้เห็นว่าควรใช้วิธีนี้รักษาก่อน และควรใช้เป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ สำหรับคนไข้บางคนทั่วไป การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นการให้ยาเข้าเส้นเลือด หลังจากผู้ป่วยกลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้ง หรือเมื่อแพทย์ลงความว่าไม่อาจรักษาโรคมะเร็งได้

ทำไมการรักษามะเร็งด้วยวิธีนี้ ถึงดีกว่าการรักษาที่มีอยู่

งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร The Lancet พบว่า มันปลอดภัยและเกิดความเจ็บป่วยต่อผู้ป่วยน้อยกว่า ทั้งยังช่วยยืดชีวิตได้นานกว่าอีกด้วย แต่การรักษาด้วยวิธีนี้อาจไม่ได้ผลสำหรับทุกคน หากเนื้อร้าย 1 ใน 4 ของผู้ป่วยมะเร็งที่ศีรษะและคอลุกลามไปมากแล้ว และตอบสนองกับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดลดขนาดลง หรือไม่ก็มีขนาดคงที่อยู่เฉลี่ย 23 เดือน

ซึ่งการรักษาด้วยเคมีบำบัด ถึงแม้ผู้ป่วยตอบสนองการรักษามากกว่า หรือคิดเป็น 23% แต่อาการก็จะดีขึ้นอยู่เป็นระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 4 เดือนครึ่ง ทางด้าน ศ.แฮร์ริงตัน ก็ได้บอกว่า ประมาณ 85% ของผู้ป่วยมะเร็งศีรษะที่ลุกลาม หรือเริ่มทรุดตัว สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธี pembrolizumabได้ หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยประมาณ 1300 คนต่อปี.